เฝ้าจับตาคนสูงวัยเสี่ยงฆ่าตัวตาย

by:
Tags :
Category :health news

กรมสุขภาพจิตขอเวลาคนไทยเพียง 1 นาที ใส่ใจ ห่วงใยคนใกล้ชิด ป้องกันการฆ่าตัวตาย เผยเฝ้าระวังชายไทยและสูงวัยในภาคกลางเป็นพิเศษ
นาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต พร้อมด้วย นพ.ณัฐกร จำปาทอง ผอ.รพ.จิตเวชขอนแก่นราชนครินทร์ และผู้บริหารกรมสุขภาพจิต เปิดงานเนื่องในวันป้องกันการฆ่าตัวตายโลก ประจำปี 2560 (World Suicide Prevention Day)

ภายใต้แนวคิด “Take a minute, change a life : เพียงนาที ชีวิตเปลี่ยน” โดยนาวาอากาศตรี นพ.บุญเรือง เปิดเผยว่า ปัจจุบันการฆ่าตัวของคนไทยอยู่ที่ 6.35 ต่อประชากรแสนคน ลดลงจากปี 2558 ที่มีอัตรา 6.47 ต่อประชากรแสนคน โดยพบว่าภาคเหนือยังคงฆ่าตัวตายสูง และปัญหาความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดยังคงเป็นปัจจัยสำคัญนำไปสู่การฆ่าตัวตาย ซึ่งขณะนี้มีการจับตาเฝ้าระวังชายไทยวัยแรงงานในพื้นที่ภาคกลางและผู้สูงวัยเป็นพิเศษ แนะใช้ แอปพลิเคชัน Sabaijai ประเมินผู้มีภาวะเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย พร้อมแนวทางการช่วยเหลือ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงเฉลี่ยอยู่ที่เดือนละ 340 คน หรือทุกๆ 2 ชั่วโมงจะมีคนไทยฆ่าตัวตายสำเร็จ 1 คน ทั้งนี้ ในช่วง 3 ปี (2557-2559) พบประเด็นน่าสนใจที่ต้องเฝ้าระวังและป้องกัน ได้แก่ ภาคเหนือยังคงมีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่าภาคอื่น ปี 2559 อยู่ที่ 10.54 ต่อประชากรแสนคน มีเพียงภาคใต้เท่านั้นที่มีอัตราการฆ่าตัวตายลดลง จาก 5.78 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2557 ลดลงมาอยู่ที่ 5.08 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2559 ส่วนภาคกลางเป็นภาคที่มีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่สูงกว่าภาคอื่นๆ จาก 4.97 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2557 ขยับขึ้นเป็น 5.08 ต่อประชากรแสนคน ในปี 2559 จังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดง มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงกว่า 13 ต่อประชากรแสนคน ได้แก่ จันทบุรี เชียงราย เชียงใหม่ ตราด และลำปาง ซึ่งจันทบุรีเป็นจังหวัดที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงที่สุดของประเทศ อยู่ที่ 14.35 ต่อประชากรแสนคน ขณะที่กำแพงเพชรเป็นจังหวัดใหม่ที่เพิ่มมาเป็น 10 อันดับแรกที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด และเป็นที่น่าสนใจว่า จังหวัดลำพูน จากที่เคยเป็นอันดับหนึ่งของประเทศติดต่อกัน 2 ปี ปรับลดลำดับเป็นอันดับที่ 7 ประเทศ ในปี 2559 ทั้งนี้ สธ.ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว โดยตั้งเป้าลดอัตราการฆ่าตัวตายไม่เกิน 6.0 ต่อประชากรแสนคน ภายในปี 2564 ทั้งนี้ โดยเน้นเฝ้าระวังในเขตภาคกลางมากขึ้น เนื่องจากพบว่าชายวัยแรงงานมีอัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสูงกว่าผู้หญิงถึง 4 เท่า โดยเฉพาะช่วงอายุ 35-39 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด อยู่ที่ 9.55 ต่อประชากรแสนคน รองลงมาคือ กลุ่มผู้สูงอายุ 75-79 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายสูงสุด อยู่ที่ 9.11 ต่อประชากรแสนคน. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth